การสูญเสียการได้ยินภัยเงียบที่สามารถคัดกรองได้

ภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิด เป็นปัญหาที่พบบ่อยใน ประเทศที่กำลังพัฒนา จากสถิติพบว่าในทารกแรกเกิดปกติ 1,000 คน จะมี เด็ก1 คน ที่มีปัญหาการได้ยิน และพบเด็กหูหนวกในอัตรา 4 คนต่อ 10,000 คน ภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิด ทำให้เด็กมีปัญหาด้านการฟัง มีผลต่อ พัฒนาการด้านภาษาซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ที่เป็นรากฐานของชีวิต เราเข้าใจ ภาษา และสามารถพูดสื่อสารได้เพราะการฟัง เด็กที่สูญเสียการได้ยิน จึงมี พัฒนาการพูดและภาษาล่าช้า ถ้ามีการสูญเสียการได้ยินแบบรุนแรง ท าให้ ไม่ได้ยิน จึงพูดไม่ได้ หรือเป็นใบ้ในที่สุด นอกจากนี้อาจส่งผลให้พัฒนาการด้าน อื่นๆ เช่น นั่ง ยืน เดิน วิ่ง ช้ากว่าเด็กทั่วไป และมีผลต่อการด าเนินชีวิต ภาวะ ทางจิตใจ และการเข้าสังคม

ประเภทการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด

  • Otoacoustic Emissions (OAEs) เป็นการตรวจการได้ยินในระดับหูชั้นในสำหรับทารกแรกเกิด โดยการวัดเสียงสะท้อนจากเซลล์ขนในหูชั้นในเมื่อปล่อยเสียงกระตุ้นว่าเซลล์ขนสามารถสะท้อนเสียงได้เป็นปกติหรือไม่ ช่วยบ่งบอกถึงความผิดปกติของหูชั้นใน เป็นวิธีการตรวจที่ง่ายและรวดเร็ว ไม่รู้สึกเจ็บปวดและมีความแม่นยำ
  • Auditory Brainstem Response/ auditory steady-state response (ABR/ASSR) เป็นการตรวจวัดคลื่นการได้ยินระดับเส้นประสาทการได้ยินและก้านสมอง ช่วงบ่งชี้ภาวะความผิดปกติประสาทหูและก้านสมอง ข้อดีของการตรวจ การตรวจ ABR/ASSR มีความละเอียดสูง สามารถบ่งบอกระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินและมีความแม่นยำสูง แต่ใช้เวลาในการตรวจนานและต้องตรวจในขณะที่เด็กหลับ

เด็กที่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองการได้ยิน

ทารกทุกคนควรได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยิน โดยเฉพาะทารกที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ดังนี้

- เด็กที่มีประวัติคนในครอบครัวหูตึงตั้งแต่ยังเล็ก

- เด็กที่มีความผิดปกติของหน้าตา โครงหน้าที่ผิดปกติ รวมทั้งปากแหว่ง เพดานโหว่

- โรคทางพันธุกรรม

- มารดามีภาวะติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ เช่น หัดเยอรมัน เริม ติดเชื้อไซโตเมคตะโสไวรัส เป็นต้น

- เด็กที่คลอดออกมาแล้วน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,500 กรัม

- มีตัวเหลืองมากในระหว่างแรกคลอด จนต้องถ่ายเลือด

- มีภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงตั้งแต่แรกเกิด

- มีภาวะติดเชื้อตั้งแต่แรกเกิด เพราะการติดเชื้อจะไปทำลายประสาทหูชั้นใน รวมถึงการใช้ยาปฏิชีวนะบางตัวที่เด็กได้รับซ้ำ อาจไปทำลายหูชั้นในเช่นกัน 

ภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิด เป็นความผิดปกติที่ไม่อาจ สังเกตเห็นได้ด้วยตาจากการตรวจร่างกายทั่วไป จึงมักถูกมองข้ามและไม่ได้รับ ความสนใจ ทั้งที่เป็นความผิดปกติที่สามารถตรวจคัดกรองพบได้ด้วยการใช้ เครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งถ้าตรวจคัดกรองสงสัยว่าเด็กมีการสูญเสียการได้ยิน และได้รับการวินิจฉัยภายในอายุ 3 เดือน ได้รับการฟื้นฟูการได้ยินภายในอายุ 6 เดือน เด็กน่าจะมีพัฒนาการด้านการฟัง พูด และภาษาใกล้เคียงกับเด็กปกติ มากที่สุด

 วรนุช  นนทรีย์

นักกิจกรรมบำบัดชำนาญการ